เลือกถุงยางให้ถูกไซส์..เพื่อการมีเซ็กส์ที่ปลอดภัย

0
133

ผมเชื่อว่าคงจะมีผู้ชายหลายๆ คนยังมีความสงสัยเรื่องวิธีการเลือกถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง ซึ่งหลายคนยังอาจเกิดความสับสนว่าขนาดน้องชายของเรานั้นเหมาะสมกับไซส์ถุงยางอนามัยขนาดไหน หรือบางคนก็อาจจะยังงงๆ กับวิธีการวัดขนาดน้องชายของตนเองว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้น วันนี้ Dr.MDX มีคำแนะนำดีๆ ในการเลือกขนาดถุงยางอนามัยจาก นพ.กัมปนาท พรยศไกร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เจ้าของเพจ Sarikahappymen ซึ่งเป็นเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพศชายมาฝากเพื่อนๆ กันครับ

ตามปกติแล้วถุงยางอนามัยในประเทศไทยจะมีขนาดต่างๆ แล้วแต่ยี่ห้อ ยกตัวอย่างเช่น ดูเร็กซ์ อาจจะมีตั้งแต่ 49 ,52 ,52.5, 53 ,54 และ 56 มม. ส่วนยี่ห้ออื่นๆ อาจจะมีแค่ 49 ,52 ,54 และ 56 มม. ซึ่งจริงๆ วัดจากเส้นรอบวงนะครับ ไม่ใช่ความยาว และก็ไม่ใช่เอามาหารสองเป็นค่า 49 หรือ 52 ด้วยครับ ซึ่งวิธีที่บางคนวัดถุงยางอนามัยจากความยาวนั้นคือผิด เพราะถุงยางอนามัยเกือบทุกยี่ห้อจะทำความยาวมาเกือบเท่าๆ กัน คือ ทำมายาวมาตรฐาน 6-7 นิ้ว แต่มันจะต่างกันตรงที่เส้นรอบวง ซึ่งถ้าหากจะเอาความเป๊ะเลยนั้น เราจะต้องวัดจากรอบวง โดยในขั้นแรกเราต้องจัดการให้ “น้องชาย” ตัวเองแข็งตัวสุดๆ กันซะก่อน ซึ่งใครจะใช้วิธีอะไรให้ผงาด ก็ไปเลือกกันเอาเองตามความสะดวก แล้วเมื่อ “น้องชาย” เกิดอาการแข็งตัวสุดๆ แล้ว ให้ใช้สายวัดพันตรงกลางลำแบบกระชับๆ แบบที่ไม่ได้หลอกหรือเข้าข้างตัวเอง โดยใช้หน่วยเป็น มม. ซม. หรือ นิ้ว จากสายวัดเท่านั้น ซึ่งตัวเลขในข้อมูลด้านล่างนี้จะเป็นตัวเลขประมาณการที่สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์การวัดขนาดได้จริงครับ

ไซส์ถุงยางอนามัย (มม.) รองรับขนาดความใหญ่ของรอบวง (ซม.) ขนาดความใหญ่ของรอบวง (นิ้ว)

  • 49 มม. สำหรับรอบวง 11-12 ซม. หรือใหญ่ประมาณ 5 นิ้ว
  • 52 มม. สำหรับรอบวง 12-13 ซม. หรือใหญ่ประมาณ 5 นิ้ว
  • 54 มม. สำหรับรอบวง 13-14 ซม. หรือใหญ่ประมาณ 5 นิ้ว
  • 56 มม. สำหรับรอบวง 14-15 ซม. หรือใหญ่ประมาณ 6 นิ้วขึ้นไป

และจะขอบอกว่าไซส์ 56 มม. ซึ่งเป็นไซส์ที่ใหญ่ที่สุดเนี่ย ถ้าจะบอกกันง่ายๆ มันก็คือความอ้วนใหญ่ มันสามารถรองรับขนาดใหญ่ได้เกือบถึงขนาดของขวด SK-II เลยทีเดียว ดังนั้น ใครจะบอกว่าของตัวเองใหญ่หรือของแฟนตัวเองใหญ่ไม่ว่าจะคนไทยหรือเทศก็ตามแต่ แล้วจะนำมาเป็นข้ออ้างในการขอสด!!! เพราะว่าสวมใส่ถุงยางอนามัยขนาด 56 มม. ไม่ได้เนี่ย ให้ดูกันดีๆ นะครับว่ามันจะใหญ่เกินตัวไปไหม จริงอยู่มันอาจจะคับมาก คับน้อยหรือคับพอดีก็แล้วแต่สไตล์ความชอบของแต่ละคน แต่จะมาอ้างว่า 56 มม. ใส่ไม่ได้เลยนี่ หรือสวมเข้ายากอย่างงั้นอย่างงี้มันมีโอกาสน้อยมากๆ เลยนะครับ จากการเฝ้าสังเกตุการเลือกถุงยางอนามัยของผู้ชายหลายๆ คนนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ดูตัวเองเลย พอไปถึงที่ร้านก็มักจะเลือกเบอร์ใหญ่ที่สุดไว้ก่อน เนื่องจากกลัวคนขายจะดูถูกหาว่าจู๋เล็ก ทำให้สุดท้ายก็เกิดการหลุดระหว่างที่จะเข้าด้ายเข้าเข็มกันนั้นเอง และจะขอบอกว่าควรเป็นขนาดตามธรรมชาติเท่านั้นนะ ไม่ใช่ไซส์ที่ไปฉีดมา 3 เข็ม หรือใส่มุกมา 3 เม็ดอะไรประมาณนี้

สรุปว่าวิธีการวัดขนาดถุงยางอนามัยที่ง่ายที่สุดก็คือ ให้วัดรอบวงเป็น ซม. ได้เท่าไหร่ก็นำมาเทียบกับข้อมูลข้างต้น หรืออาจจะซื้อมาเลยทั้ง 3 ไซส์ 49, 52, 54 มม. แล้วลองมันทั้ง 3 อัน อันไหนใส่สบายไม่หลวมหรือไม่รัดไป ก็อันนั้นแหละครับ เป็นการลงทุนครั้งเดียว แต่สามารถจำแล้วนำไปใช้ได้ตลอดทั้งชีวิต

นับต่อจากนี้ เพื่อนหลายๆ คนคงเลือกซื้อถุงยางอนามัยกันได้อย่างเหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องไปเขินอายยืนเลือกเก้ๆ กังๆ ตามร้านสะดวกซื้ออีกต่อไป เพราะการเลือกถุงยางอนามัยที่ไม่เหมาะสมกับขนาดน้องชายนั้น ย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดีแน่นอน ซึ่งจากสถิติถุงยางอนามัยไซส์ที่ขายดีสุดในเมืองไทย ก็คือ 52 มม. รองลงมาคือ 49 มม. ซึ่งแค่สองไซส์นี้ก็กินส่วนแบ่งการตลาดไปเกือบ 80 เปอร์เซนต์แล้ว ส่วนไซส์ 54 มม. กับ 56 มม. ก็อาจจะมีบ้างแต่น้อยมาก ดังนั้น ผู้ชายไทยแบบเราๆ ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไป เราเน้นการใช้งานให้ปลอดภัยกับคนที่เรารัก..ก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะครับ

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. บทความเรื่อง “วิธีเลือกขนาดถุงยางที่ถูกต้อง”
  2. บทความเรื่อง “วัดเจ้าโลกถูกวิธี ได้ถุงยางตรงไซส์ มีเซ็กซ์ปลอดภัยไม่ท้อง!!”